ลดหย่อนภาษี วิธีไหนเหมาะกับคุณ?

0
1356

หากในทุกๆปี คุณต้องเสียภาษีเงินได้ก้อนโต แล้วปี 2560 นี้ คุณเตรียมวางแผนลดหย่อนภาษีแล้วหรือยัง?  ลองมาดูกันครับว่าปีนี้เราสามารถลดหย่อนอะไรได้บ้าง และมีการลงทุนหรือการออมประเภทไหนบ้างที่เหมาะกับคุณ

ภาษีปี 2560 มีการปรับปรุงโครงสร้างใหม่ เพื่อช่วยให้ผู้มีเงินได้ได้รับประโยชน์จากการปรับปรุงการหักค่าใช้จ่าย และค่าลดหย่อนที่เพิ่มขึ้น ช่วยให้ผู้มีเงินได้เสียภาษีในแต่ละเดือนลดลง ส่งผลให้มีเงินได้เพิ่มมากขึ้น ฉะนั้นจากการคำนวณคร่าวๆ ผู้มีเงินได้ที่โสด และเงินเดือนไม่ถึง 26,000 บาท ไม่ต้องเสียภาษีครับ แต่ถ้าหากคุณมีรายได้เกิน คงต้องวางแผนเรื่องนี้กันตั้งแต่เนิ่นๆ นอกเหนือจากค่าลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัวแล้ว ลองดูรายการลดหย่อนเพิ่มเติมด้านล่างนี้เป็นแนวทางนะครับ

1.ประกันชีวิต
เพราะชีวิตอยู่บนความไม่แน่นอน นอกจากประกันชีวิตจะคุ้มครองดูแลชีวิตแล้ว ยังดูแลเรื่องการออม และเตรียมพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณ รวมทั้งได้สิทธิในการลดหย่อนภาษีอีกด้วย ซึ่งโดยทั่วไปแล้วเบี้ยประกันชีวิตที่สามารถลดหย่อนภาษีเงินได้มีอยู่ 2 ประเภทคือ
เบี้ยประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท
ตัวอย่างเช่น ประกันชีวิต MBK Smart Life 10/5 ที่รับเงินคืนแต่ละปีสูง และเอาเงินไปต่อยอดได้
หรือ MBK Smart Life 10/10 ที่ให้ความคุ้มครองสูง เบี้ยไม่แพงและไม่หายไปไหน
เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ ลดหย่อนเพิ่มเติมได้สูงสุด 200,000 บาท
ตัวอย่างเช่น ประกันชีวิต MBK Happy Pension 85/1 ให้คุณหมดกังวลในอนาคต สบายหลังเกษียณ

การเลือกประกันชีวิต เพื่อเป็นการลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมจึงเหมาะกับ ผู้ที่ไม่ชอบความเสี่ยง มีรายได้สม่ำเสมอสามารถส่งเบี้ยติดต่อกันหลายปีได้ ต้องการเก็บเงินไว้ใช้ในอีก 10 ปีข้างหน้า และผู้ที่เตรียมพร้อมสู่วัยเกษียณ มีภาระ หรือมีคนข้างหลังที่ต้องดูแล และการทำประกันชีวิตยังมีความเสี่ยงน้อยกว่าการลงทุน LTF และ RMF เพราะมีอัตราการรับเงินคืนที่แน่นอน ไม่ผันผวนตามกระแสการลงทุนของกองทุนอีกด้วย

2.กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF)
LTF ย่อมาจากคำว่า “Long Term Equity Fund” เป็นกองทุนรวมที่เน้นลงทุนในหุ้น เป็นการลงทุนในระยะยาว 5 ปีขึ้นไป เหมาะสำหรับผู้ที่อยากให้เงินลงทุนมีโอกาสงอกเงย สามารถรับความเสี่ยงได้สูง โดยผู้ลงทุนสามารถนำเงินที่ลงทุนในกองทุน LTF ไปหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท/ปี

LTF เหมาะสำหรับคนทุกกลุ่มที่ต้องการลงทุนในหุ้นระยะยาวแต่อาจไม่มีความชำนาญเกี่ยวกับการลงทุนในหุ้นหรือไม่มีเวลาติดตามการลงทุนอย่างใกล้ชิด และเหมาะกับผู้ที่ไม่อยากจ่ายเงินต่อเนื่องทุกปี เพราะ LTF ไม่ผูกพัน เหมือนประกันหรือ RMF ผู้ลงทุนต้องยอมรับความเสี่ยงสูงจากการลงทุน ซึ่งอาจมีโอกาสขาดทุนหรือกำไรได้ และผู้ลงทุนจะไม่ได้ใช้เงินนี้ไปอีก 7 ปีปฏิทิน

 3.กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)
RMF ย่อมาจากคำว่า “Retirement Mutual Fund” เป็นกองทุนรวมที่ส่งเสริมให้เกิดการออมเงินระยะยาวไว้สำหรับใช้จ่ายในยามเกษียณอายุ มีนโยบายการลงทุนให้เลือกหลากหลายประเภท ตั้งแต่ความเสี่ยงต่ำ ไปจนถึงความเสี่ยงสูง เราสามารถเลือกการลงทุนให้เหมาะกับความเสี่ยงที่เรารับได้
โดยผู้ลงทุนต้องลงทุนต่อเนื่อง ไม่น้อยกว่า 5 ปี และขายคืนได้เมื่อลงทุนต่อเนื่องจนถึงอายุไม่ต่ำกว่า 55 ปี การลงทุนในกองทุนประเภทนี้ จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี และได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนด้วย เงินลงทนในกองทุน RMF สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 15% ของเงินได้ในปีภาษีนั้น และเมื่อรวมเข้ากับเงินสะสมใน กบข.หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและเบี้ยประกันแบบบำนาญทั้งหมดแล้ว ต้องไม่เกิน 500,000 บาท/ปี

RMF จึงเหมาะกับผู้ที่มีอาชีพอิสระและต้องการออมเงินเพื่อวัยเกษียณ หรือลูกจ้างที่ยังไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และผู้ที่สามารถซื้อกองทุนไปได้จนอายุถึง 55 ปี

พอจะเห็นแนวทางกันบ้างไหมครับ สำหรับตัวเลือกลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมที่ผมนำเสนอมาวันนี้ อย่างไรก็ดี คุณควรศึกษารายละเอียดและกฎเกณฑ์ของแต่ละรายการให้แน่ใจ เพื่อที่จะได้ไม่เสียสิทธิในการลดหย่อนภาษีประจำปีและพลาดโอกาสลงทุนหรือเก็บออมเพื่ออนาคตครับ