แดดแรงแบบนี้ ต้องอยู่เป็น

0
4456

แดดแรงแบบนี้ ต้องอยู่เป็น.. 7 อันตรายจากรังสี UV ที่ทำให้ร่างกายพัง

แสงแดดในปี 2018 นี้ร้อนแรงน่าดูเลยนะครับ ช่วงนี้ผมเองก็ยังต้องพักกิจกรรม outdoor ไปก่อน ขอนอนตากแอร์ ดูหนังอยู่บ้านสบายๆดีกว่า ก็แหม ออกไปตากแดด ตากลม มากๆไม่ใช่ว่าจะดีเสมอไปเพราะในแสงแดดนั้นมีรังสี UV ไงครับ เจ้ารังสี UV นี้ก็มีทั้งประโยชน์และโทษต่อคนเรา โดยรังสี UV ในขนาดต่ำๆเนี่ยจะช่วยในการสังเคราะห์วิตามินดีที่ผิวหนังเราได้ แต่ถ้าเราได้รับรังสี UV มากเกินไปก็จะมีอันตรายต่อสุขภาพของเราเหมือนกันครับ มาดูกันครับถ้าตากแดดนานๆ ร่างกายจะพังอย่างไรบ้าง

1.มะเร็งผิวหนัง
รังสี UV จะเข้าไปทำลาย DNA (genotoxic) ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้ และในแสงแดดเองก็ยังมีสารกระตุ้นเซลล์มะเร็งอยู่แล้ว หากให้ผิวหนังปะทะกับแสงแดดจัดๆเป็นเวลานานก็ยิ่งเพิ่มโอกาสเสี่ยงในการเป็นมะเร็งผิวหนังได้มากยิ่งขึ้นครับ

2.ผิวไหม้แดด
สมัยก่อนสาวๆที่อยากได้ผิวสีแทนอาจจะไปนอนอาบแดดเพื่อให้ได้ผิวสีสวยๆ แต่สมัยนี้ถ้าไปนอนอาบแดดอาจจะได้ผิวไหม้มาแทนนะครับ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่แสงแดดแผ่รังสี UV ในระดับความเข้มข้นสูง จะเผาเซลล์ผิวหนังของเราให้ได้รับความเสียหายได้ง่ายและถ้าตากแดดนาน ๆ ผิวหนังจะได้รับรังสี UV เกินขนาด และเส้นเลือดก็จะพยายามไหลเวียนมายังเซลล์ผิวที่ถูกรังสี UV ทำลาย เป็นเหตุให้ผิวของเรามีสีแดงจัด และไหม้เกรียมในเวลาต่อมา ซึ่งเป็นสาเหตุที่นำมาสู่โรคมะเร็งผิวหนังนั่นเอง เพราะฉะนั้นพยายามหลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วงเวลาที่แดดจัด (11.00 – 15.00 น.) จะดีที่สุดครับ

3.ทำผิวเหี่ยวย่นก่อนวัย
ทำไมยิ่งตากแดดแล้วผิวยิ่งเหี่ยวไว? ก็เพราะรังสี UV สามารถทำลายคอลลาเจนในเซลล์ผิวและเนื้อเยื่อใต้ชั้นผิวหนังของเราได้ไงครับ เป็นเหตุให้เกิดปัญหาริ้วรอย จุดด่างดำ ความหมองคล้ำ และรอยเหี่ยวย่นต่างๆ ดังนั้นควรทาครีมกันแดดให้ติดเป็นนิสัยก่อนออกจากบ้านทุกวันไปเลยครับ เพื่อปกป้องผิวของคุณจากแสงแดดเบื้องต้น

4.เซลล์เม็ดเลือดขาวถูกทำลาย
นักวิทยาศาสตร์ได้สันนิษฐานว่า อันตรายจากรังสี UV ที่ทำให้ผิวไหม้แดดนั้นอาจส่งผลกระทบต่อการกระจายตัวของเซลล์เม็ดเลือดขาว ซึ่งเป็นเซลล์ที่จะช่วยป้องกันและต่อต้านสิ่งแปลกปลอมที่เป็นอันตรายกับร่างกาย อีกทั้งยังอาจส่งผลกระทบมาถึงระบบภูมิคุ้มกันได้ภายใน 24 ชั่วโมงหลังถูกแดดเผา และหากกลับไปโดนรังสี UV ซ้ำอีก ระบบภูมิคุ้มกันก็จะอ่อนแอลงเรื่อย ๆ

5.กระจกตาอักเสบ
เมื่อดวงตาปะทะกับแสงแดดจัดๆย่อมเกิดความเสียหายต่อกระจกตาโดยตรง อาการกระจกตาอักเสบนี้มักพบได้บ่อยโดยผู้ป่วยจะมีอาการแสบตา น้ำตาลไหล ตาแดง และแพ้แสงแดด ในระยะแรกๆ จากนั้นอาการจะลามไปยังต้อเนื้อ ต้อลม และต้อกระจก ดังนั้นหากต้องอยู่ท่ามกลางแดดจัดๆ ควรใส่แว่นตากันแดดเพื่อป้องกันรังสี UV ทำร้ายดวงตาด้วยนะครับ

6.โรคต้อกระจก
รังสี UV ทำให้เกิดโรคต้อกระจกและยังทำให้จอตาเสื่อมสภาพลงได้โดยเร็ว ซึ่งทั้ง 2 กรณีนี้ได้มีการวิเคราะห์ว่า รังสี UV อาจกระตุ้นการสร้างอนุมูลอิสระที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของโปรตีนและยังทำให้เกิดปฏิกิริยาต่อไขมันจนทำให้เกิดโรคมะเร็งได้ และแม้ต้อกระจกจะเกิดขึ้นได้เมื่อคนเรามีอายุเพิ่มมากขึ้นก็ตาม แต่ว่าปัจจัยที่ถือเป็นตัวกระตุ้นก่อให้เกิดต้อกระจกได้อย่างรวดเร็วขึ้นนั้นก็คือ รังสี UV ด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งอาการในผู้ป่วยโรคต้อกระจกจะมีอาการเลนส์แก้วตาเริ่มขุนมัวทีละน้อยๆ ถ้าเป็นมากความขุ่นมัวยังสามารถลุกลามไปถึงส่วนกลางของกระจกตา จนทำให้การมองเห็นไม่ชัดเจนอีกด้วยครับ

7. โรคต้อเนื้อ
ต้อเนื้อเป็นการเสื่อมของเยื่อบุตา กลายเป็นเนื้อสีแดงรูปสามเหลี่ยมยื่นเข้าสู่ตาดำ เกิดจากเยื่อบุตาส่วนนั้นถูกรังสี UV จากดวงอาทิตย์มากเกินไป ถ้าเป็นต้อเนื้อแล้ว จะรู้สึกเคืองตา แสบตา คันตา ตาแดง น้ำตาไหล และอาการจะเป็นมากขึ้นเมื่ออยู่กลางแจ้ง โดนแดดและโดนลม ผู้ที่เป็นน้อยมักไม่มีอาการผิดปกติ และอาจดูเหมือนไม่อันตราย แต่ในบางกรณี ต้อเนื้อลุกลามไปบดบังตรงกลางของกระจกตาซึ่ง ทำให้มีผลต่อการมองเห็นครับ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
กรมอุตุนิยมวิทยา