ว่าที่คุณแม่จะไปทำงานตามปกติได้ไหมนะ ?

0
1476

เมื่อผู้หญิงเริ่มรู้ตัวว่ากำลังตั้งครรภ์ก็ย่อมรู้สึกกังวลในหลายๆเรื่อง ทั้งความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย อาการแพ้ท้องต่างๆ การปรับตัว ปรับอารมณ์และที่สำคัญคือเรื่องความปลอดภัยของลูกน้อยที่ทำให้ว่าที่คุณแม่หลายๆคนเป็นกังวลว่าจะใช้ชีวิตประจำวันรวมไปถึงออกไปทำงานได้ตามปกติหรือไม่ ซึ่งจริงๆแล้วนั้นการทำงานระหว่างตั้งครรภ์ไม่ใช่เรื่องผิดปกติหรือยากเกินความสามารถของว่าที่คุณแม่เลย นอกจากจะทำให้คุณแม่มีความเชื่อมั่นในตนเองแล้วการขยับร่างกายทำนู่นทำนี่บ้างก็ยังทำให้คุณแม่แข็งแรงกระฉับกระเฉงขึ้นอีกด้วย วันนี้เรามีคำแนะนำให้กับว่าที่คุณแม่ที่ทำงานระหว่างตั้งครรภ์ได้ลองปรับใช้ดูอาจจะช่วยให้รู้สึกสบายมากขึ้นครับ

1.ควรบริหารเวลาการทำงานให้เหมาะสม
ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ไม่ควรทำงานต่อเนื่องกันเกิน 6 ชั่วโมง กรณีนี้คุณแม่อาจจะคุยกับที่ทำงานเพื่อหาข้อตกลงร่วมกัน ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมตามระยะเวลาของการตั้งครรภ์และสภาพร่างกายของคุณแม่เองด้วยครับ อีกเรื่องหนึ่งคือถ้าคุณแม่ต้องทำงานในเมืองที่มีการจราจรติดขัด และต้องยืนหรือนั่งบนรถนานๆ อาจจะขอคุยกับที่ทำงานเรื่องยืดหยุ่นเวลาการทำงานเพื่อหลีกเลี่ยงการเดินทางในชั่วโมงเร่งด่วนซึ่งก็จะช่วยให้คุณแม่ไม่เครียดหรือเหน็ดเหนื่อยมากจนเกินไปครับ

2.อย่าเครียดจนเกินไป
แน่นอนว่าความเครียดย่อมมีผลกับลูกน้อยในครรภ์ ฉะนั้นคุณแม่ที่ทำงานต้องพยายามปรับอารมณ์และจิตใจให้ไม่เครียดหรือกังวลจนเกินไป เมื่อเริ่มรู้สึกหงุดหงิดก็ควรตั้งสติและปล่อยวาง การนั่งสมาธิก็ช่วยได้อีกทางหนึ่งหรือฟังเพลงสบายๆตอนเช้าก่อนทำงานก็ทำให้อารมณ์ดีได้ครับ

3.พักยืดเส้นยืดสายบ้าง
คุณแม่ควรทำงานแบบสบายๆ เมื่อรู้สึกเหนื่อยหรือเมื่อยล้า ก็ควรหยุดพักบ้าง หรือลุกเดินไปเดินมาเบาๆช้าๆให้พอหายเมื่อยค่อยกลับมาเริ่มต้นทำงานใหม่อีกครั้ง ก็จะช่วยทำให้สมองปลอดโปร่งกระฉับกระเฉงขึ้นมาได้บ้างครับ

4.ทานอาหารให้ตรงเวลาและมีประโยชน์
อาหารและสิ่งที่คุณแม่ทานก็จะทำให้เจ้าตัวน้อยในครรภ์ได้อิ่มด้วย ฉะนั้นคุรแม่อย่าลืมทานอาหารให้ตรงเวลานะครับ เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์และเหมาะสำหรับคนท้อง ปรึกษาโภชนาการอาหารกับแพทย์ที่ฝากครรภ์อย่างสม่ำเสมอ ที่สำคัญอย่าทานหวานมากเกินไป อาจจะเป็นเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์ได้ครับ

5.อย่ายืนนานและยกของหนัก
โดยเฉลี่ยแล้วคนท้องไม่ควรยืนนานเกินวันละ 3 ชั่วโมง เพราะอาจจะส่งผลให้เกิดอาการ ขาบวม มีเส้นเลือดขอดที่ขา และข้อเข่าเสื่อมได้ และที่สำคัญไม่ควรยกของหนักเด็ดขาด เพราะการยกของหนักจะยิ่งทำให้คุณแม่เสี่ยงต่ออาการเหล่านี้มากขึ้นและยังเสี่ยงต่อการแท้งลูกอีกด้วยครับ

6.ไม่หักโหมทำงานหนัก
ถึงคุณแม่จะสามารถทำงานได้ แต่ไม่ใช่ว่าจะต้องโหมงานหนัก ทำงานจนดึกดื่นไม่ได้พักนะครับ เพราะความเหนื่อยล้าและความเครียดสะสม ส่งผลแต่ลูกน้อยโดยตรง คุณแม่ควรมีเวลาผ่อนคลายบ้าง เช่นวันหยุดสุดสัปดาห์กับครอบครัว หรือปาร์ตี้เล็กๆในบ้านก็พอทำให้หายเหนื่อยพร้อมเริ่มงานในสัปดาห์ต่อไปแล้วครับ

การใช้ชีวิตของคุณแม่ย่อมส่งผลต่อลูกน้อยเสมอ ดังนั้นคุณแม่ต้องคิดถึงลูกให้มากๆนะครับ หากเหนื่อยก็พัก และถ้ารู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติก็รีบหาหมอโดยด่วนเพื่อความปลอดภัยของคุณแม่และเจ้าตัวน้อยที่กำลังจะลืมตามาบนโลกใบนี้ครับ