กู้ซื้อบ้านกี่ปี ถึงจะคุ้ม?

0
3214

ถ้าคุณเข้ามาอ่านบทความนี้เพื่อคาดหวังว่าจะได้คำตอบที่เป็นตัวเลขหรือสูตรสำเร็จเลย ผมต้องขอแสดงความเสียใจด้วยว่าคงไม่มีคำตอบนั้นเป็นแน่ แต่บทความนี้เป็นแนวทางเพื่อให้ผู้อ่านนำไปพิจารณาต่อมากกว่า

เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าบ้านเป็นสินทรัพย์ที่สำคัญ เป็นทั้งเพื่อใช้อยู่อาศัย เพื่อให้คนในครอบครัวอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข หรือถ้าจะมองเป็นการลงทุน ก็เป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่ดีในการต่อสู้กับอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น เพราะราคาบ้านขึ้นทุกปี (แต่ต้องดูที่ทำเลด้วยนะ) ดังนั้น การจะดูว่าถ้าจะกู้ซื้อบ้าน ควรจะกู้ซื้อกี่ปีถึงจะคุ้มค่านั้น มันไม่มีสูตรสำเร็จที่ตายตัว มันต้องพิจารณาในหลายๆอย่างประกอบกัน ผมอยากจะพาทุกท่านไปพิจารณาทีละประเด็นๆ ดังนี้

ข้อแรกให้พิจารณาตัวเราเองก่อน ความหมายคือ สำรวจตัวเราเองว่าเราต้องการซื้อบ้านด้วยจุดประสงค์อะไร เป็นการซื้อเพื่ออยู่อาศัยหรือว่าเป็นการซื้อเพื่อการลงทุน แล้วดูว่าสถานะทางการเงินของเราเป็นอย่างไร มีหนี้สินอยู่แล้วหรือมีเงินเพียงพอไม่ได้เดือดร้อนอะไร มาดูกันว่ามันมีผลอย่างไร ถ้าเป็นการซื้อเพื่ออยู่อาศัย ให้พิจารณาสถานะการเงินของครอบครัวก่อนเลยว่าในแต่ละเดือนมีรายได้หรือค่าใช้จ่ายเท่าไร และมีเงินส่วนที่เหลือในการเตรียมผ่อนชำระเงินกู้บ้านเท่าไร ถ้าคำตอบคือ เงินแทบจะไม่เหลือในแต่ละเดือนแล้ว อันนี้อันตราย ถ้าต้องซื้อบ้านจริงๆก็น่าจะให้ปีที่ชำระเงินคืนยาวนานสักหน่อย เพื่อให้ยอดเงินชำระต่อเดือนน้อยๆ ครอบครัวจะได้ไม่เดือดร้อนมากนัก แต่ถ้าครอบครัวมีสถานะการเงินที่แข็งแรงอยู่แล้ว ก็คงไม่อยากเสียดอกเบี้ยเยอะๆใช่มั้ย เราก็เลือกปีผ่อนชำระน้อยๆ เราจะได้ไม่ต้องเสียดอกเบี้ยเยอะเกินไป

แล้วถ้าต้องการซื้อบ้านเพื่อเป็นการลงทุนละครับจะพิจารณาอย่างไร คำตอบคือเราก็พิจารณาที่ผลตอบแทนที่ได้รับจากบ้านหลังนั้นไม่ว่าจะเป็นรายได้จากการเช่า หรือรอให้ราคาขายต่อเป็นที่น่าพอใจก็ขายไป ดังนั้นจำนวนปีที่จะกู้นั้นไม่สำคัญเท่ากับผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับต้องสูงกว่าต้นทุนทางการเงินหรือดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย แต่ที่สำคัญคือคุณต้องเลือกทำเลที่ดีที่สามารถทำผลตอบแทนให้คุณได้ในเวลาที่ไม่นานเกินไปนัก ดังนั้นการเลือกปีที่ชำระนานขึ้นน่าจะเหมาะสมกว่า

การตัดสินใจซื้อบ้านเป็นการตัดสินใจที่สำคัญครั้งหนึ่งในชีวิตของคนเรา เราจึงต้องพิจารณาทุกประเด็นให้รอบคอบและเลือกสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเราเอง โดยที่ไม่ทำให้ชีวิตในระหว่างที่ต้องผ่อนชำระเงินกู้นั้นลำบากเกินไปนัก แต่สิ่งที่สำคัญอีกอย่างที่เรามักจะลืมกันไปคือ เมื่อไรก็ตามที่เรามีการกู้เงินแล้วก็เหมือนกับว่าเรามีภาระที่เราต้องรับผิดชอบทั้งต่อตัวเจ้าหนี้เองและก็ครอบครัวที่อยู่เคียงข้างเราทั้งหมด ดังนั้นเราต้องอย่าลืมป้องกันความเสี่ยงนี้ด้วยการทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ (ดูรายละเอียดได้จาก MBK LIFE MRTA) เอาไว้ด้วย อย่าให้การเสียน้อยเสียยาก แต่เสียมากแล้วทำให้ครอบครัวหรือคนอื่นเดือนร้อนด้วยนะครับ